การเชื่อมโยงเนื้อเรื่อง Assassin’s Creed Shadows กับจักรวาล Assassin’s Creed

Browse By

การเชื่อมโยงเนื้อเรื่อง Assassin’s Creed Shadows กับจักรวาล Assassin’s Creed ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการที่ Naoe ใช้ Hidden Blade หรือมีสัญลักษณ์ Assassin ปรากฏอยู่ในเกมเท่านั้น แต่เนื้อหาของภาคนี้ยังเชื่อมต่อกับสงครามระหว่าง Assassin และ Templar, อารยธรรม Isu, เทคโนโลยี Animus, เส้นเรื่องยุคปัจจุบัน และตัวละครจากเกมภาคก่อนหลายยุค

Assassin’s Creed Shadows เล่าเรื่องในประเทศญี่ปุ่นช่วงปลายยุคเซ็งโงกุ โดยมีตัวละครหลักสองคน ได้แก่ Naoe ชิโนบิจากแคว้นอิงะ และ Yasuke นักรบซามูไรที่มีพื้นฐานจากบุคคลในประวัติศาสตร์ Ubisoft ระบุว่าเรื่องราวของทั้งสองคนจะค่อย ๆ เชื่อมเข้าหากัน ก่อนที่พวกเขาจะค้นพบชะตากรรมร่วมและมีบทบาทต่อการก่อกำเนิดยุคใหม่ในญี่ปุ่น

ในช่วงต้นเกม ความขัดแย้งของ Naoe ดูเหมือนเป็นเรื่องของครอบครัว การรุกรานอิงะและการตามล่าศัตรูที่เกี่ยวข้องกับอดีตของเธอ ส่วน Yasuke ต้องค้นหาตำแหน่งของตนเองท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง แต่เมื่อเรื่องดำเนินไป เหตุการณ์เหล่านี้จะค่อย ๆ เปิดเผยว่าเป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้เพื่อควบคุมอำนาจ ความรู้และวัตถุที่มีความสำคัญต่อจักรวาล Assassin’s Creed

Shadows จึงทำหน้าที่สองระดับพร้อมกัน ระดับแรกคือเรื่องราวประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นผ่าน Naoe กับ Yasuke ส่วนอีกระดับคือการขยายสงครามลับระหว่างผู้ที่เชื่อในเสรีภาพกับกลุ่มที่ต้องการควบคุมมนุษยชาติ

ผู้ที่สนใจบทความวิเคราะห์เนื้อเรื่อง เกม Open World และความเชื่อมโยงระหว่างเกมภาคต่าง ๆ สามารถติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมผ่านเข้าถึงทุกการเดิมพันได้ง่ายผ่าน ทางเข้า UFABET ล่าสุด เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์ รองรับมือถือทุกระบบ เข้าเล่นได้ตลอด 24 ชั่วโมงซึ่งรวบรวมบทความเกมและความบันเทิงไว้หลากหลายประเภท

การเชื่อมโยงเนื้อเรื่อง Assassin’s Creed Shadows กับจักรวาล Assassin’s Creed

ตารางสรุปความเชื่อมโยงกับจักรวาล Assassin’s Creed

องค์ประกอบความเชื่อมโยงใน Shadows
Assassin BrotherhoodNaoe ได้รับการฝึกแบบชิโนบิ Assassin และใช้ Hidden Blade
Templar Orderกลุ่มที่ต้องการควบคุมญี่ปุ่นและ Black Cross มีสายสัมพันธ์กับ Templar
Hidden Onesรากฐานทางอุดมการณ์ของ Brotherhood ที่เกิดก่อนยุค Shadows
Isuวัตถุ ประตู สัญลักษณ์และปริศนาบางส่วนเชื่อมกับอารยธรรมโบราณ
Animusผู้เล่นเข้าถึงความทรงจำในญี่ปุ่นผ่านระบบ Animus
Modern DayAnimus Hub, Rift และเอกสารเชื่อมเหตุการณ์กับเส้นเรื่องยุคปัจจุบัน
Kassandraมีการอ้างอิงและหลักฐานว่าเธอเคยเดินทางมายังญี่ปุ่น
Basimปรากฏการอ้างอิงผ่านข้อมูล Animus และเส้นเรื่องยุคปัจจุบัน
Edward KenwayFinal Update เชื่อม Shadows กับ Black Flag Resynced
Black CrossTemplar ระดับสูงที่ตามล่า Naoe และ Yasuke
Brotherhood ในญี่ปุ่นการรวมพันธมิตรและ Hideout สะท้อนการสร้างเครือข่าย Assassin
Objective Boardรูปแบบการตามล่าเครือข่ายศัตรูคล้ายระบบ Order ในภาคก่อน

Assassin’s Creed Shadows อยู่ช่วงใดของเส้นเวลา

เหตุการณ์ใน Shadows เกิดขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 16 โดยเป็นยุคหลังจาก Origins, Mirage และภาคแรก แต่เกิดก่อน Black Flag, Rogue, Assassin’s Creed III, Unity และ Syndicate

เมื่อนำไปวางบนเส้นเวลาโดยประมาณจะได้ดังนี้

  • Assassin’s Creed Odyssey อยู่ในยุคกรีกโบราณ
  • Assassin’s Creed Origins อยู่ช่วงปลายอียิปต์โบราณ
  • Assassin’s Creed Mirage อยู่ในคริสต์ศตวรรษที่ 9
  • Assassin’s Creed ภาคแรกอยู่ในคริสต์ศตวรรษที่ 12
  • Assassin’s Creed II และ Brotherhood อยู่ช่วงปลายศตวรรษที่ 15 ถึงต้นศตวรรษที่ 16
  • Assassin’s Creed Shadows อยู่ช่วงปลายศตวรรษที่ 16
  • Assassin’s Creed Black Flag อยู่ต้นศตวรรษที่ 18
  • Rogue และ Assassin’s Creed III อยู่กลางถึงปลายศตวรรษที่ 18
  • Unity อยู่ช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศส
  • Syndicate อยู่ในคริสต์ศตวรรษที่ 19

ตำแหน่งของ Shadows มีความน่าสนใจเพราะเป็นยุคใกล้เคียงกับช่วงหลังของ Ezio Auditore และการขยายตัวของ Brotherhood ไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลก แม้ Ezio จะไม่ได้มีบทบาทโดยตรงในญี่ปุ่น แต่แนวคิดและโครงสร้างของ Assassin Order ได้พัฒนาเป็นองค์กรระดับนานาชาติแล้ว

Shadows จึงไม่ได้เล่าเรื่องต้นกำเนิดของ Assassin ทั้งหมดเหมือน Origins แต่เล่าการหยั่งรากของอุดมการณ์ Assassin ในบริบทของญี่ปุ่น

Naoe เป็น Assassin อย่างไร

Naoe ถูกอธิบายอย่างเป็นทางการว่าเป็นชิโนบิ Assassin จากแคว้นอิงะ เธอได้รับการฝึกให้ใช้ Stealth, Parkour, เครื่องมือชิโนบิและ Hidden Blade เพื่อดำเนินภารกิจ

อย่างไรก็ตาม การเป็น Assassin ของ Naoe ไม่ได้หมายความว่าเธอเข้าใจ Brotherhood และอุดมการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ต้น เรื่องราวของเธอเริ่มจากแรงผลักดันส่วนตัว เช่น

  • การปกป้องบ้านเกิด
  • การสูญเสียครอบครัว
  • การตามหาความจริง
  • การแก้แค้น
  • การทำตามคำสัญญา
  • การค้นหาวัตถุที่ถูกขโมย
  • การตามล่าผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ในอิงะ

โครงสร้างนี้คล้ายกับ Assassin หลายคนในภาคก่อน เช่น Ezio ที่เริ่มจากการแก้แค้นครอบครัว ก่อนเรียนรู้ว่าศัตรูของเขาเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย Templar ที่ใหญ่กว่า

Naoe จึงเดินผ่านเส้นทางจากความขัดแย้งส่วนตัวไปสู่การเข้าใจสงครามทางอุดมการณ์ การต่อสู้ของเธอไม่ได้มีเป้าหมายเพียงกำจัดผู้ที่ทำร้ายอิงะ แต่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านโครงสร้างอำนาจที่ต้องการควบคุมผู้คน

Hidden Blade เชื่อม Naoe กับ Brotherhood

Hidden Blade เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญที่สุดของ Assassin Brotherhood Ubisoft ระบุว่าอาวุธชนิดนี้เป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ของซีรีส์ในระดับเดียวกับ Hood, Eagle และตรา Assassin

ใน Shadows Hidden Blade ของ Naoe มีความสำคัญทั้งด้าน Gameplay และเนื้อเรื่อง เพราะสะท้อนว่าเธอไม่ได้เป็นเพียงนินจาทั่วไป แต่ได้รับมรดกและวิธีต่อสู้ที่เชื่อมกับเครือข่าย Assassin

Hidden Blade ของเธอใช้สำหรับ

  • ลอบสังหาร
  • จู่โจมจากที่สูง
  • กำจัดเป้าหมายจากด้านหลัง
  • ต่อสู้ในระยะใกล้
  • เชื่อมกับทักษะ Tanto
  • แสดงตัวตนของ Assassin
  • สืบทอดคำสัญญาและภารกิจจากครอบครัว

การที่ Naoe ใช้ Hidden Blade จึงเป็นหลักฐานเชิงสัญลักษณ์ว่าความรู้ของ Brotherhood เดินทางมาถึงญี่ปุ่นก่อนหรือระหว่างเหตุการณ์ในเกม

ชิโนบิอิงะกับ Assassin Brotherhood เหมือนกันหรือไม่

ชิโนบิอิงะกับ Assassin Brotherhood ไม่ใช่องค์กรเดียวกันโดยอัตโนมัติ

ชิโนบิในบริบทของญี่ปุ่นทำหน้าที่ด้านข่าวกรอง การแทรกซึม การลาดตระเวนและการทำสงครามแบบไม่เปิดเผย ส่วน Assassin Brotherhood เป็นองค์กรข้ามชาติที่มีอุดมการณ์ต่อต้านการควบคุมเสรีภาพของมนุษย์

Shadows นำสองแนวคิดมาผสมกันผ่าน Naoe โดยทำให้ทักษะของชิโนบิเหมาะกับวิธีดำเนินงานของ Assassin อย่างเป็นธรรมชาติ

องค์ประกอบที่สอดคล้องกัน ได้แก่

  • การทำงานในเงามืด
  • การใช้ข้อมูล
  • การลอบเข้าเขตศัตรู
  • การกำจัดเป้าหมายสำคัญ
  • การไม่พึ่งกำลังทหารขนาดใหญ่
  • การสร้างเครือข่ายผู้ช่วย
  • การต่อสู้กับผู้มีอำนาจ
  • การใช้ความรู้เหนือจำนวน

แต่สิ่งที่ทำให้ Naoe กลายเป็น Assassin อย่างแท้จริงไม่ใช่เพียงทักษะการลอบเร้น แต่คือการค่อย ๆ เข้าใจว่าเสรีภาพของผู้คนมีความสำคัญมากกว่าความแค้นส่วนตัว

Yasuke เชื่อมกับ Assassin Brotherhood อย่างไร

Yasuke ไม่ได้เริ่มต้นในฐานะ Assassin แบบ Naoe เขาเป็นนักรบที่มีประสบการณ์ต่อสู้โดยตรง และมีความเชื่อมโยงกับบุคคลทางการเมืองในยุคเซ็งโงกุ

บทบาทของ Yasuke มีความสำคัญต่อจักรวาล Assassin’s Creed เพราะเขาแสดงให้เห็นว่าผู้สนับสนุนอุดมการณ์ Assassin ไม่จำเป็นต้องใช้ Hidden Blade หรือทำงานลอบเร้นทุกคน

Assassin Brotherhood ในภาคต่าง ๆ เคยมีสมาชิกและพันธมิตรหลายประเภท เช่น

  • นักรบ
  • สายลับ
  • นักการเมือง
  • โจรสลัด
  • นักวิชาการ
  • พ่อค้า
  • นักปฏิวัติ
  • ทหารรับจ้าง

Yasuke จึงทำหน้าที่เป็นกำลังเปิดเผยของกลุ่ม เขาสามารถเผชิญศัตรูเกราะหนัก บุกปราสาทและปกป้องพันธมิตรในสถานการณ์ที่ Naoe ไม่เหมาะจะรับมือโดยตรง

ความสัมพันธ์ระหว่าง Naoe กับ Yasuke ยังสะท้อนหลักการสำคัญของ Brotherhood คือการรวมผู้คนต่างภูมิหลังเข้าด้วยกันเพื่อเป้าหมายร่วม ทั้งสองมีวิธีต่อสู้ต่างกัน แต่ต่อต้านศัตรูที่ต้องการใช้อำนาจเหนือผู้อื่นเหมือนกัน

Naoe กับ Yasuke เปรียบเสมือน Assassin สองด้าน

ตัวละครทั้งสองสามารถมองเป็นตัวแทนของวิธีดำเนินงานสองรูปแบบใน Brotherhood

Naoe เป็นใบมีดในเงามืด

Naoe เน้น

  • การรวบรวมข้อมูล
  • การแทรกซึม
  • การเลือกเวลา
  • การกำจัดเป้าหมาย
  • การหลีกเลี่ยงความเสียหายต่อผู้บริสุทธิ์
  • การเคลื่อนที่โดยไม่ถูกพบ
  • การควบคุมสถานการณ์ผ่านความกลัวและความไม่แน่นอน

Yasuke เป็นโล่และกำลังเปิดเผย

Yasuke เน้น

  • การปกป้องพันธมิตร
  • การเผชิญหน้าศัตรูโดยตรง
  • การทำลายกำลังทหาร
  • การรับมือศัตรูเกราะหนัก
  • การสร้างพื้นที่ให้ฝ่ายเดียวกัน
  • การแสดงจุดยืนต่ออำนาจที่ไม่เป็นธรรม

เมื่อนำทั้งสองมารวมกัน Shadows จึงนำเสนอ Brotherhood ไม่ใช่เพียงองค์กรนักลอบสังหาร แต่เป็นเครือข่ายต่อต้านอำนาจที่สามารถใช้ยุทธวิธีหลายรูปแบบ

ศัตรูหลักเชื่อมกับ Templar อย่างไร

ศัตรูใน Shadows ไม่ได้ประกาศตัวเป็น Templar ทุกคนตั้งแต่แรก หลายฝ่ายใช้ชื่อ กลุ่มและผลประโยชน์ที่สัมพันธ์กับการเมืองญี่ปุ่น

แนวทางนี้สอดคล้องกับเกมภาคก่อน เพราะ Templar มักแทรกซึมอยู่ใน

  • รัฐบาล
  • กองทัพ
  • ศาสนา
  • การค้า
  • สถาบันการเงิน
  • เครือข่ายข่าวกรอง
  • ราชสำนัก
  • บริษัท
  • องค์กรสาธารณะ

สิ่งที่ทำให้ตัวละครหรือกลุ่มหนึ่งมีแนวคิดแบบ Templar ไม่ใช่เพียงการมีตรากางเขน แต่คือความเชื่อว่าความสงบควรเกิดจากการควบคุมมนุษย์ผ่านอำนาจ ระเบียบ ความกลัวหรือวัตถุ Isu

ศัตรูของ Naoe กับ Yasukeจึงเชื่อมกับจักรวาลใหญ่ผ่านเป้าหมาย เช่น

  • การควบคุมผู้นำ
  • การสร้างสงครามเพื่อผลประโยชน์
  • การแสวงหาวัตถุโบราณ
  • การผูกขาดข้อมูล
  • การกำจัดผู้ต่อต้าน
  • การสร้างเครือข่ายอำนาจ
  • การควบคุมเส้นทางการค้า
  • การใช้ศาสนาหรือการเมืองเป็นเครื่องมือ

Black Cross คือใคร

Black Cross เป็นกลุ่ม Templar ระดับสูงที่ถูกส่งมายังญี่ปุ่นเพื่อตามล่า Naoe และ Yasuke หลังจากทั้งสองสร้างปัญหาให้เครือข่าย Templar อย่างต่อเนื่อง

Ubisoft ยืนยันใน Final Update ว่า Black Tides จะให้ Naoe กับ Yasukeเผชิญ Templar ชั้นสูงสองคนที่เรียกว่า Black Cross และศัตรูคู่นี้ถูกเรียกมายังญี่ปุ่นเพื่อกำจัดพวกเขาโดยเฉพาะ

การมาถึงของ Black Cross มีความหมายต่อจักรวาลในหลายด้าน

ประการแรก แสดงให้เห็นว่าเหตุการณ์ในญี่ปุ่นไม่ได้เป็นความขัดแย้งท้องถิ่นอีกต่อไป การกระทำของ Naoe กับ Yasukeสร้างผลกระทบจน Templar ระดับนานาชาติต้องตอบสนอง

ประการที่สอง ยืนยันว่า Templar Order มีเครือข่ายข้ามภูมิภาค สามารถส่งสมาชิกระดับสูงจากภายนอกเข้ามาจัดการภัยคุกคามในญี่ปุ่นได้

ประการที่สาม ทำให้ Naoe กับ Yasukeได้รับการยอมรับโดยปริยายว่าเป็นศัตรูสำคัญของ Templar ไม่ใช่เพียงนักรบสองคนที่เข้าไปยุ่งกับการเมืองท้องถิ่น

Black Tides ทำหน้าที่ปิดเรื่องของ Naoe และ Yasuke

Black Tides เป็นเนื้อเรื่องช่วงท้ายที่เพิ่มเข้ามาใน Final Update และทำหน้าที่สรุปเส้นทางของตัวละครหลัก

ผู้เล่นต้องจบเรื่องหลักและทำภารกิจ A Critical Encounter กับ A Puzzlement ก่อน จึงสามารถเข้าถึงเนื้อหานี้ได้ ส่วนการเปิดประตู Glyph ลึกลับไม่ใช่เงื่อนไขบังคับ แต่เหตุการณ์บางส่วนจะเปลี่ยนแปลงหากผู้เล่นเปิดประตูแล้ว

โครงสร้างนี้ทำให้เนื้อเรื่องมีสองชั้น

  • ชั้นประวัติศาสตร์เกี่ยวกับ Naoe, Yasuke และญี่ปุ่น
  • ชั้นจักรวาลเกี่ยวกับ Templar, Animus, Isu และเส้นเรื่องข้ามเกม

Black Tides แสดงให้เห็นว่าการเดินทางของทั้งสองตัวละครพัฒนาจากการแก้ปัญหาในญี่ปุ่นไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของสงครามระดับโลกอย่างสมบูรณ์

Objective Board เชื่อมกับระบบตามล่า Order ภาคก่อน

Objective Board เป็นระบบสำหรับติดตามเป้าหมาย กลุ่มศัตรู เบาะแสและความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล

ระบบนี้มีความคล้ายกับ

  • Cult of Kosmos ใน Odyssey
  • Order of the Ancients ใน Origins
  • Order of the Ancients ใน Valhalla
  • Investigation Board ใน Mirage

ผู้เล่นไม่ได้รู้ตัวตนของศัตรูทั้งหมดทันที แต่ต้อง

  • สืบข้อมูล
  • ทำภารกิจ
  • พบเอกสาร
  • ตามข่าวลือ
  • สอบถามบุคคล
  • กำจัดสมาชิกระดับล่าง
  • เปิดเผยผู้นำ
  • เชื่อมโยงเครือข่าย

ระบบดังกล่าวสะท้อนแนวคิดหลักของ Assassin’s Creed ว่าศัตรูไม่ได้เป็นเพียงกองทัพ แต่เป็นโครงสร้างอำนาจที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์

Hideout เปรียบเหมือนฐาน Brotherhood

Hideout ใน Shadows ไม่ใช่เพียงระบบตกแต่งบ้าน แต่สามารถมองเป็นจุดเริ่มต้นของเครือข่าย Brotherhood ในญี่ปุ่น

ภายในฐาน ผู้เล่นสามารถสร้างและพัฒนา

  • Forge
  • Study
  • Dojo
  • Stables
  • Gallery
  • อาคารของพันธมิตร
  • พื้นที่ Scouts
  • จุดจัดการอุปกรณ์
  • สิ่งปลูกสร้างสนับสนุน

เมื่อมองจากมุมเนื้อเรื่อง Hideout ทำหน้าที่คล้ายฐาน Assassin ในภาคก่อน เช่น

  • Monteriggioni ใน Assassin’s Creed II
  • Tiber Island Hideout ใน Brotherhood
  • Homestead ใน Assassin’s Creed III
  • Café Théâtre ใน Unity
  • Ravensthorpe ใน Valhalla แม้ไม่ได้เป็นฐาน Assassin โดยตรง

Hideout แสดงการเติบโตจากกลุ่มผู้รอดชีวิตและพันธมิตรขนาดเล็กไปสู่เครือข่ายที่มีทรัพยากร การฝึก ข่าวกรองและบุคลากรพร้อมต่อสู้กับศัตรูเป็นระบบ

Allies สะท้อนวิธีสร้าง Brotherhood

Naoe กับ Yasukeสามารถรับสมัคร Allies จากหลายภูมิหลังเข้ามาร่วมภารกิจ

พันธมิตรเหล่านี้ไม่ได้มีเพียงบทบาท Combat แต่แสดงให้เห็นหลักการของ Brotherhood คือการสร้างเครือข่ายจากผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอำนาจที่ไม่เป็นธรรม

สมาชิกอาจมีความถนัดด้าน

  • การต่อสู้
  • การลอบเร้น
  • การยิงระยะไกล
  • การควบคุมศัตรู
  • การสนับสนุน
  • ข่าวกรอง
  • การจัดหาทรัพยากร

แนวคิดนี้คล้ายระบบ Assassin Recruit ใน Brotherhood และ Revelations ซึ่งตัวเอกไม่ได้ต่อสู้คนเดียว แต่สร้างองค์กรที่สามารถส่งสมาชิกไปทำภารกิจได้

แม้ระบบของ Shadows จะไม่เหมือน Assassin Recruit ทุกส่วน แต่ในแง่เนื้อเรื่อง ทั้งสองระบบแสดงการเปลี่ยนจากนักลอบสังหารรายบุคคลไปสู่ขบวนการต่อต้านที่มีโครงสร้าง

Scouts เชื่อมกับเครือข่ายข่าวกรองของ Assassin

Scouts มีหน้าที่ค้นหาเป้าหมาย เปิดเผยพื้นที่ และรวบรวมทรัพยากร

ระบบนี้อาจดูเป็นกลไก Open World ทั่วไป แต่เข้ากับวิธีทำงานของ Assassin Brotherhood อย่างมาก เนื่องจาก Brotherhood ต้องอาศัยข้อมูลก่อนลงมือเสมอ

Scouts ทำให้กลุ่มของ Naoe กับ Yasukeสามารถ

  • ตรวจตำแหน่งเป้าหมาย
  • จำกัดพื้นที่ค้นหา
  • ค้นหาทรัพยากร
  • สนับสนุนการลอบเข้า
  • เชื่อมข้อมูลจากภูมิภาคต่าง ๆ
  • ลดความเสี่ยงของการบุกโดยไม่มีข้อมูล

สิ่งนี้สอดคล้องกับหลักการที่ว่า Assassin ไม่ชนะเพราะมีทหารมากกว่า แต่ชนะด้วยข้อมูล การเลือกเป้าหมายและการลงมือในเวลาที่เหมาะสม

ความขัดแย้งหลักยังคงเป็นเสรีภาพกับการควบคุม

แก่นของจักรวาล Assassin’s Creed คือความขัดแย้งทางอุดมการณ์ระหว่าง Assassin และ Templar

Assassin เชื่อว่ามนุษย์ควรมีเสรีภาพในการเลือก แม้เสรีภาพนั้นจะมาพร้อมความผิดพลาดและความไม่แน่นอน

Templar เชื่อว่าสันติภาพต้องเกิดจากระเบียบ การควบคุมและการนำมนุษย์ไปในทิศทางที่ผู้มีอำนาจเห็นว่าถูกต้อง

Shadows นำความขัดแย้งนี้มาใช้ในบริบทญี่ปุ่น ซึ่งเป็นยุคที่

  • ขุนศึกแข่งขันแย่งอำนาจ
  • เมืองและแคว้นถูกทำลาย
  • กลุ่มศาสนามีบทบาททางการเมือง
  • การค้ากับต่างชาติขยายตัว
  • อาวุธปืนเปลี่ยนสงคราม
  • ผู้นำต้องเลือกระหว่างการรวมประเทศกับเสรีภาพของท้องถิ่น

เกมจึงสามารถตั้งคำถามว่า การรวมอำนาจเพื่อหยุดสงครามเป็นสิ่งจำเป็นหรือเป็นจุดเริ่มต้นของการกดขี่

อารยธรรม Isu เชื่อมกับ Shadows อย่างไร

Isu คืออารยธรรมโบราณที่มีเทคโนโลยีก้าวหน้ากว่ามนุษย์ และเป็นต้นกำเนิดของวัตถุทรงพลังจำนวนมากในซีรีส์

ตัวอย่างวัตถุ Isu ที่เคยปรากฏ ได้แก่

  • Apples of Eden
  • Staff of Hermes
  • Swords of Eden
  • Shrouds
  • Temples
  • Memory Seals
  • อุปกรณ์ควบคุมจิตใจ
  • เครื่องจักรพยากรณ์

ใน Shadows ความเชื่อมโยงกับ Isu ปรากฏผ่าน

  • วัตถุลึกลับ
  • ประตู Glyph
  • ถ้ำและพื้นที่โบราณ
  • ข้อมูล Animus
  • ปริศนาที่ไม่สามารถอธิบายด้วยเทคโนโลยียุคนั้น
  • การอ้างอิง Kassandra
  • ภารกิจ A Puzzlement
  • Modern Day Rift

เกมไม่ได้ทำให้ Isu กลายเป็นศูนย์กลางของทุกภารกิจหลัก แต่ใช้เป็นชั้นความลับซึ่งผู้เล่นต้องทำภารกิจเสริม อ่านข้อมูลและติดตามเนื้อหาหลังวางจำหน่ายจึงจะเห็นภาพชัดขึ้น

ประตู Glyph มีความสำคัญอย่างไร

ประตู Glyph เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่แสดงว่าโลกประวัติศาสตร์ของ Shadows เชื่อมกับระบบ Animus และเทคโนโลยีที่เหนือกว่ายุคเซ็งโงกุ

ผู้เล่นสามารถทำภารกิจที่เกี่ยวข้องกับประตูและปริศนาเพื่อเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม การเปิดประตูไม่ใช่เงื่อนไขบังคับสำหรับ Black Tides แต่จะเปลี่ยนรายละเอียดบางส่วนของเหตุการณ์

จุดนี้แสดงให้เห็นรูปแบบการเล่าเรื่องของ Assassin’s Creed ยุคใหม่ ซึ่งเปิดทางให้ผู้เล่นทั่วไปจบเรื่องประวัติศาสตร์ได้โดยไม่ต้องเข้าใจ Lore ทั้งหมด ขณะที่แฟนซีรีส์สามารถลงลึกผ่านภารกิจเสริมและข้อมูลลับ

Kassandra เดินทางมาถึงญี่ปุ่นได้อย่างไร

Kassandra เป็นหนึ่งในตัวละครที่มีความเชื่อมโยงสำคัญกับ Shadows เพราะเหตุการณ์ช่วงท้ายของ Odyssey ทำให้เธอมีอายุยืนยาวกว่ามนุษย์ทั่วไปจากพลังของ Staff of Hermes

ความสามารถดังกล่าวเปิดโอกาสให้ Kassandra เดินทางไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ตลอดหลายศตวรรษ เพื่อค้นหาและควบคุมวัตถุ Isu ไม่ให้ตกอยู่ในมือของผู้ที่อาจนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

การพบหลักฐานหรือการอ้างอิง Kassandra ในญี่ปุ่นจึงสอดคล้องกับเส้นเวลา เพราะเธอยังมีชีวิตอยู่ในช่วงเหตุการณ์ของ Shadows

ความเชื่อมโยงนี้มีความหมายว่า

  • ญี่ปุ่นอาจมีวัตถุ Isu ที่ Kassandra ต้องตรวจสอบ
  • เธอเคยเดินทางผ่านพื้นที่ก่อน Naoe กับ Yasuke
  • เหตุการณ์บางส่วนอาจถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล Animus
  • อารยธรรม Isu มีอิทธิพลในเอเชียตะวันออก
  • เรื่องของ Odyssey ไม่ได้จบอยู่ในโลกกรีก

Kassandra จึงทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมยุคโบราณกับญี่ปุ่นยุคเซ็งโงกุ

Shadows เชื่อมกับ Odyssey อย่างไร

ความเชื่อมโยงกับ Odyssey ไม่ได้เกิดจาก Kassandra เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงโครงสร้างการตามล่าเครือข่ายและบทบาทของวัตถุ Isu

สิ่งที่คล้ายกัน ได้แก่

  • ตัวละครเริ่มจากปัญหาครอบครัว
  • ค่อย ๆ พบองค์กรลับ
  • ตามล่าสมาชิกเป็นเครือข่าย
  • ค้นหาวัตถุโบราณ
  • มีบุคคลในประวัติศาสตร์จำนวนมาก
  • ผู้เล่นเลือกภารกิจจากหลายภูมิภาค
  • ตัวละครมีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ใหญ่เกินกว่าที่เข้าใจในช่วงต้น

อย่างไรก็ตาม Shadows มีความเป็น Assassin แบบดั้งเดิมมากกว่า Odyssey เพราะ Naoe ใช้ Hidden Blade และการลอบเร้นเป็นแกนหลัก ขณะที่ Odyssey เกิดก่อนการก่อตั้ง Hidden Ones หลายศตวรรษ

Shadows เชื่อมกับ Origins อย่างไร

Origins เล่าการก่อตั้ง Hidden Ones โดย Bayek และ Aya ซึ่งเป็นองค์กรต้นกำเนิดของ Assassin Brotherhood

เมื่อถึงยุค Shadows องค์กรได้พัฒนาจากกลุ่มเล็กในอียิปต์ไปสู่เครือข่ายที่กระจายข้ามภูมิภาค

แนวคิดจาก Origins ที่ยังเห็นใน Shadows ได้แก่

  • การต่อสู้เพื่อผู้ถูกกดขี่
  • การใช้ความลับต่อต้านรัฐ
  • การสร้างเครือข่ายพันธมิตร
  • การกำจัดบุคคลที่ใช้อำนาจผิด
  • ความขัดแย้งระหว่างครอบครัวกับหน้าที่
  • การเปลี่ยนความสูญเสียส่วนตัวเป็นอุดมการณ์

Naoe มีเส้นทางคล้าย Bayek ในแง่ที่ความเจ็บปวดส่วนตัวผลักให้เธอเข้าสู่ความขัดแย้งที่ใหญ่กว่าตนเอง

Shadows เชื่อมกับ Mirage อย่างไร

Mirage เล่าเรื่อง Basim ในช่วงที่เขาเข้าร่วม Hidden Ones และเรียนรู้ความหมายของ Creed

ความเชื่อมโยงเชิงแนวคิดระหว่าง Mirage กับ Shadows ได้แก่

  • ตัวเอกสาย Stealth
  • Hidden Blade
  • Investigation Board
  • การค้นหาเบาะแส
  • การตามล่าเครือข่ายเป้าหมาย
  • การใช้เครื่องมือ
  • การสร้างเส้นทางลอบสังหาร
  • ความขัดแย้งระหว่างตัวตนส่วนตัวกับหน้าที่ขององค์กร

Naoe กับ Basim ต่างมีความสามารถ Parkour และ Stealth สูง แต่เส้นทางทางจิตใจแตกต่างกัน Basim ต้องเผชิญความจริงเกี่ยวกับตัวตนและความสัมพันธ์กับ Loki ส่วน Naoeต้องค้นหาความจริงเกี่ยวกับครอบครัว อิงะและศัตรูที่อยู่เบื้องหลังความสูญเสียของเธอ

ในเนื้อหายุคปัจจุบัน Shadows ยังมีการอ้างอิงที่ทำให้เรื่องราวของ Basim ไม่ได้ถูกตัดขาดจากเกมภาคใหม่

Basim ยังมีบทบาทต่อจักรวาลหรือไม่

Basim เป็นหนึ่งในตัวละครสำคัญของเส้นเรื่องยุคปัจจุบันหลัง Valhalla เพราะเขารอดชีวิตมาถึงปัจจุบันและเชื่อมกับอัตลักษณ์ของ Loki

Shadows ไม่ได้ให้ Basim เดินทางมายังญี่ปุ่นในยุค Naoe แต่ข้อมูล Animus และเส้นเรื่อง Meta สามารถอ้างอิงถึงสถานะ เหตุการณ์หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับเขาได้

ความสำคัญของ Basim อยู่ที่การเชื่อมสามระดับเข้าด้วยกัน

  • Hidden Ones ในยุคประวัติศาสตร์
  • Isu ผ่านตัวตนของ Loki
  • Modern Day ผ่านการกลับมามีชีวิตในยุคปัจจุบัน

ดังนั้น แม้ Shadows จะเน้นเรื่อง Naoe กับ Yasuke แต่เส้นเรื่อง Animus ยังสามารถพัฒนาเรื่องที่ Valhalla และ Mirage ทิ้งไว้ได้

Animus Hub ทำหน้าที่อะไรในจักรวาล

Ubisoft เคยอธิบายแนวคิดของแพลตฟอร์มกลางว่า Animus คืออุปกรณ์ที่ใช้เข้าถึง Genetic Memories และประสบการณ์ในเกมต่าง ๆ จะถูกนำเสนอผ่านโครงสร้างคล้ายการเลือกความทรงจำจากระบบ Animus

Animus Hub จึงมีสองบทบาท

บทบาทสำหรับผู้เล่น

  • เปิดเกม
  • ติดตาม Project
  • รับรางวัล
  • ดูกิจกรรม
  • เชื่อมเนื้อหาข้ามเกม
  • อ่านข้อมูลเพิ่มเติม

บทบาทในเนื้อเรื่อง

  • เป็นหน้าต่างเข้าสู่ความทรงจำ
  • เชื่อมฐานข้อมูลหลายยุค
  • แสดงความผิดปกติของ Simulation
  • เปิด Modern Day Rift
  • ส่งต่อข้อมูล Lore
  • เชื่อมโปรเจกต์ Shadows กับเกมภาคอื่น

เว็บไซต์หลักของแฟรนไชส์ระบุว่า Animus Hub ใช้สำหรับปลดล็อกรางวัล สำรวจ Lore เชิงลึกและเข้าร่วมความท้าทายเพิ่มเติม

Modern Day Rift คืออะไร

Modern Day Rift เป็นพื้นที่หรือเหตุการณ์ที่ทำให้ผู้เล่นเห็นรอยต่อระหว่างความทรงจำทางประวัติศาสตร์กับโลกยุคปัจจุบัน

Rift สามารถใช้เพื่อ

  • แสดงข้อมูลจากผู้ใช้ Animus
  • เปิดเผยความผิดปกติของ Simulation
  • เชื่อมตัวละครต่างยุค
  • ซ่อนข้อความ
  • สร้างปริศนา
  • ปูทางสู่เกมภาคใหม่
  • ขยาย Meta-narrative

ใน Shadows Modern Day Rift ช่วยให้เกมไม่ต้องตัดออกจากโลกญี่ปุ่นบ่อย ๆ แต่ยังสามารถรักษาเส้นเรื่องยุคปัจจุบันเอาไว้ได้

วิธีนี้แตกต่างจากเกมภาคเก่าที่ผู้เล่นถูกดึงออกจาก Animus เพื่อเดินสำรวจห้องทดลองเป็นระยะ Shadows เลือกผสานข้อมูลยุคปัจจุบันเข้ากับ Hub, Rift และฐานข้อมูลมากกว่า

Horizon เชื่อมกับ Black Flag อย่างไร

Final Update เพิ่ม Modern Day Rift ชื่อ Horizon ซึ่ง Ubisoft ระบุว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญในการเชื่อม Meta-narrative ไปยัง Black Flag Resynced

การเชื่อมโยงไม่ได้หมายความว่า Edward Kenway เดินทางมาพบ Naoe หรือ Yasuke เพราะพวกเขาอยู่คนละช่วงเวลา แต่เกิดผ่าน

  • Animus
  • Genetic Memory
  • Modern Day Rift
  • Cross-title Projects
  • Legacy Rewards
  • ข้อมูล Meta
  • ธีมโจรสลัด
  • เหตุการณ์ที่เชื่อมฐานข้อมูลสองยุค

เว็บไซต์ทางการของ Black Flag Resynced ระบุว่า Final Update ของ Shadows ทำหน้าที่เชื่อมเรื่องราวของทั้งสองเกม พร้อมเพิ่ม Project ซึ่งปลดล็อกรางวัลธีมโจรสลัดให้ Naoe กับ Yasuke และชุดธีมญี่ปุ่นให้ Edward

Edward Kenway มีความเกี่ยวข้องกับ Naoe และ Yasukeหรือไม่

ในประวัติศาสตร์ Edward เกิดหลังเหตุการณ์ของ Shadows มากกว่าหนึ่งศตวรรษ จึงไม่มีโอกาสพบ Naoe กับ Yasukeโดยตรงตามเส้นเวลาปกติ

ความเชื่อมโยงจึงอยู่ในระดับของมรดกและ Animus

Naoe กับ Yasukeมีส่วนสร้างหรือขยายเครือข่ายที่ต่อต้าน Templar ในญี่ปุ่น ส่วน Edward จะเข้าร่วมสงครามเดียวกันในอีกยุคหนึ่ง ผ่านเหตุการณ์ในแคริบเบียนและการค้นพบความขัดแย้งระหว่าง Assassin กับ Templar

ตัวละครทั้งสามมีจุดร่วมคือ

  • เริ่มต้นจากเป้าหมายส่วนตัว
  • ไม่ได้เข้าใจ Brotherhood ทั้งหมดตั้งแต่แรก
  • เข้าไปพัวพันกับองค์กรลับ
  • ต้องตัดสินใจระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวกับความรับผิดชอบ
  • มีบทบาทต่อสงครามที่ยาวนานเกินอายุของตน

การเชื่อมสองเกมผ่าน Animus จึงเน้นว่าสงคราม Assassin–Templar ดำเนินต่อเนื่องผ่านบุคคลและยุคสมัยต่าง ๆ

Cross-title Projects มีความหมายต่ออนาคตของซีรีส์

Cross-title Projects เป็นระบบที่เชื่อมกิจกรรมและรางวัลระหว่างเกมภายใต้ Animus Hub

ในเชิง Gameplay ระบบนี้ทำให้ผู้เล่นสามารถทำเงื่อนไขเพื่อรับ

  • ชุด
  • อาวุธ
  • Cosmetic
  • ของตกแต่ง
  • รางวัลธีมเกมอื่น

ในเชิงเนื้อเรื่อง Cross-title Projects ทำให้ Animus Hub ดูเหมือนฐานข้อมูลที่รวบรวม Genetic Memories จากหลายช่วงเวลา แทนที่จะเป็นเพียงเมนู Launcher

การเชื่อม Shadows กับ Black Flag แสดงว่า Ubisoft สามารถใช้ Animus Hub เพื่อสร้างบทสนทนาระหว่างเกมหลายภาค โดยไม่ต้องบังคับให้ตัวละครประวัติศาสตร์พบกันอย่างผิดเส้นเวลา

Claws of Awaji ขยายเรื่องส่วนใด

Claws of Awaji เป็น Expansion ที่ดำเนินเรื่องต่อจากเหตุการณ์หลัก โดย Naoe กับ Yasukeติดตามชิโนบิลึกลับและเผชิญกลุ่ม Sanzoku Ippa บนเกาะอาวาจิ

Expansion นี้มีความสำคัญเพราะขยาย

  • อดีตของ Naoe
  • ความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร
  • ผลจากเหตุการณ์ในเนื้อเรื่องหลัก
  • เครือข่ายศัตรูนอกพื้นที่เดิม
  • บทบาทของชิโนบิ
  • การเติบโตของกลุ่มพันธมิตร

Claws of Awaji แสดงว่าเรื่องของ Naoe กับ Yasukeไม่ได้จบลงทันทีเมื่อเครือข่ายศัตรูหลักในแผ่นดินใหญ่ถูกทำลาย การต่อสู้ของพวกเขายังมีผลต่อเกาะและกลุ่มอื่นในญี่ปุ่น

The Works of Luis Fróis เชื่อมกับ Templar และต่างชาติอย่างไร

The Works of Luis Fróis เป็นเนื้อหาเสริมฟรีที่เกี่ยวข้องกับคณะ Jesuit, บันทึกที่สูญหายและบุคคลในเครือข่ายต่างชาติ Ubisoft ระบุว่าภารกิจเปิดโอกาสให้ผู้เล่นช่วย Luis Fróis และเรียนรู้เกี่ยวกับ Jesuit ในญี่ปุ่นมากขึ้น

ในจักรวาล Assassin’s Creed องค์กรศาสนาไม่จำเป็นต้องเป็น Templar ทั้งหมด แต่ Templar มักใช้โครงสร้างทางศาสนา การค้าและการเมืองเพื่อขยายอิทธิพล

ภารกิจนี้จึงช่วยให้เห็นว่า

  • ญี่ปุ่นไม่ได้แยกขาดจากโลกภายนอก
  • ข่าวสารและแนวคิดเดินทางผ่านมิชชันนารี
  • Templar สามารถเข้ามาผ่านเครือข่ายต่างชาติ
  • บันทึกและข้อมูลมีคุณค่าเชิงยุทธศาสตร์
  • Yasuke มีความเชื่อมโยงกับผู้เดินทางจากต่างประเทศ

องค์ประกอบดังกล่าวช่วยวางรากฐานให้ Black Cross และ Templar ระดับนานาชาติเข้ามามีบทบาทในภายหลัง

ศาสนาและการค้าคือช่องทางของสงครามลับ

Assassin’s Creed มักแสดงให้เห็นว่า Assassin กับ Templar ไม่ได้ต่อสู้ในสนามรบเพียงอย่างเดียว แต่แข่งขันกันเพื่อควบคุม

  • ความรู้
  • การค้า
  • การเงิน
  • ศาสนา
  • เทคโนโลยี
  • เส้นทางเดินเรือ
  • รัฐบาล
  • บุคคลสำคัญ

ญี่ปุ่นยุค Shadows กำลังติดต่อกับชาวโปรตุเกส มิชชันนารี พ่อค้าและเทคโนโลยีต่างชาติ จึงเป็นช่วงที่ Templar จากภายนอกสามารถสร้างเครือข่ายภายในประเทศได้

การที่ Yasukeมาจากต่างภูมิภาคยังช่วยให้ผู้เล่นเห็นโลกญี่ปุ่นผ่านมุมมองของบุคคลที่เข้าใจทั้งระบบท้องถิ่นและอิทธิพลจากภายนอก

การรวมประเทศญี่ปุ่นสัมพันธ์กับอุดมการณ์ Templar หรือไม่

การรวมประเทศไม่ใช่แนวคิด Templar โดยอัตโนมัติ เพราะการยุติสงครามสามารถช่วยประชาชนได้

แต่ Assassin’s Creed มักตั้งคำถามว่า วิธีการสร้างสันติภาพมีความสำคัญเท่ากับเป้าหมายหรือไม่

หากผู้นำใช้

  • ความหวาดกลัว
  • การสังหารหมู่
  • การควบคุมข้อมูล
  • การกำจัดทุกความเห็นต่าง
  • วัตถุ Isu
  • การบังคับทางศาสนา
  • การผูกขาดอำนาจ

แนวทางดังกล่าวย่อมเข้าใกล้อุดมการณ์ Templar แม้เป้าหมายที่ประกาศไว้จะเป็นความสงบ

Shadows จึงไม่ได้บอกว่าผู้นำทุกคนที่ต้องการรวมญี่ปุ่นเป็น Templar แต่ชวนผู้เล่นพิจารณาว่าอำนาจควรมีขอบเขตเพียงใด

ตัวละครในประวัติศาสตร์เป็น Assassin หรือ Templar ทั้งหมดหรือไม่

ไม่ใช่ ตัวละครประวัติศาสตร์หลายคนมีเป้าหมายและแรงจูงใจของตนเอง บางคนอาจร่วมมือกับ Assassin ในช่วงหนึ่งและมีความเห็นต่างในอีกช่วงหนึ่ง

Assassin’s Creed มักใช้บุคคลจริงในสามลักษณะ

  • สมาชิกของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยตรง
  • พันธมิตรชั่วคราว
  • บุคคลกลางที่ถูกทั้งสองฝ่ายพยายามควบคุม

การเขียนตัวละครแบบนี้ช่วยให้โลกไม่แบ่งเป็นฝ่ายดีและฝ่ายร้ายอย่างง่าย ผู้นำที่ช่วย Assassin อาจยังตัดสินใจโหดร้าย ขณะที่ Templar บางคนอาจเชื่ออย่างจริงใจว่าการควบคุมคือวิธีหยุดสงคราม

Creed มีความหมายกับ Naoe อย่างไร

คำว่า Creed ไม่ได้หมายถึงกฎการลอบสังหารเพียงอย่างเดียว แต่เป็นกรอบความคิดเกี่ยวกับเสรีภาพ ความรับผิดชอบและผลจากการกระทำ

หลักที่มักเชื่อมกับ Brotherhood ได้แก่

  • ไม่ทำร้ายผู้บริสุทธิ์
  • ซ่อนตัวจากสายตาสาธารณะ
  • ไม่ทำให้องค์กรตกอยู่ในอันตราย
  • ต่อต้านผู้ใช้อำนาจควบคุมมนุษย์
  • ยอมรับว่าการกระทำทุกอย่างมีผลตามมา

Naoe เริ่มจากการใช้ทักษะเพื่อความอยู่รอดและแก้แค้น แต่เมื่อเรื่องดำเนินไป เธอต้องเรียนรู้ว่าการสังหารเป้าหมายไม่ได้แก้ปัญหาทุกอย่าง

การเป็น Assassin จึงหมายถึงการเลือกว่าจะฆ่าใคร เพราะเหตุใด และผลลัพธ์จะกระทบผู้บริสุทธิ์อย่างไร

Yasuke ช่วยตั้งคำถามต่อวิธีของ Assassin

Yasuke มีแนวทางตรงไปตรงมากว่า Naoe และสามารถมองเห็นข้อจำกัดของการทำงานในเงามืด

เขาช่วยตั้งคำถามว่า

  • การลอบสังหารสร้างผลระยะยาวหรือไม่
  • ใครจะปกป้องประชาชนหลังผู้นำถูกกำจัด
  • การซ่อนความจริงช่วยหรือทำร้ายผู้คน
  • การใช้ความรุนแรงแบบเปิดเผยจำเป็นเมื่อใด
  • Assassin ควรมีส่วนสร้างสังคมหรือเพียงกำจัดทรราช

ความแตกต่างระหว่างตัวละครทำให้เรื่องไม่จำกัดอยู่ที่การพิสูจน์ว่า Stealth ดีกว่า Combat แต่แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงต้องใช้ทั้งข้อมูล การลงมือและความรับผิดชอบต่อสิ่งที่จะเกิดตามมา

Shadows ขยายภาพของ Assassin ในเอเชีย

ก่อนหน้านี้จักรวาลเคยเล่า Assassin ในจีน อินเดียและภูมิภาคอื่นผ่านเกม หนังสือ การ์ตูนและสื่อเสริม

การนำเรื่องหลักขนาดใหญ่ไปญี่ปุ่นช่วยแสดงว่า Brotherhood ไม่ได้เป็นองค์กรที่จำกัดอยู่ในตะวันออกกลางหรือยุโรป

เครือข่ายในเอเชียสามารถมีรูปแบบต่างจากตะวันตก เช่น

  • ใช้ชิโนบิ
  • ผสมกับวัฒนธรรมท้องถิ่น
  • ใช้สำนักฝึก
  • สร้างเครือข่ายวัดและหมู่บ้าน
  • ใช้เส้นทางการค้าทางทะเล
  • ติดต่อ Brotherhood ในจีน
  • ต่อต้านอำนาจผ่านระบบแคว้น

สิ่งนี้เปิดพื้นที่ให้เรื่องราวของ Assassin ญี่ปุ่นมีเอกลักษณ์โดยไม่ต้องเลียนแบบ Brotherhood ของ Ezio ทุกอย่าง

ความเชื่อมโยงกับ Shao Jun มีโอกาสหรือไม่

Shao Jun เป็น Assassin ชาวจีนในศตวรรษที่ 16 และเคยเดินทางไปพบ Ezio เพื่อเรียนรู้วิธีฟื้นฟู Brotherhood

ช่วงชีวิตของ Shao Jun มีความใกล้กับยุคก่อน Shadows จึงมีความเป็นไปได้ในเชิงเส้นเวลาว่าความรู้หรือเครือข่ายจากจีนอาจส่งอิทธิพลมายังญี่ปุ่น

อย่างไรก็ตาม ควรแยกระหว่างสิ่งที่เกมยืนยันกับการวิเคราะห์ตามเส้นเวลา การมี Assassin ในจีนไม่ได้หมายความว่า Shao Jun ต้องพบ Naoe หรือครอบครัวของเธอโดยตรง

ความเชื่อมโยงที่เป็นไปได้มากกว่าคือ

  • การเดินทางของคำสอน
  • แบบแปลน Hidden Blade
  • ข่าวกรองระหว่าง Brotherhood
  • เส้นทางทะเล
  • สมาชิกที่เดินทางข้ามภูมิภาค
  • การเตือนภัยเกี่ยวกับ Templar

หากมีเนื้อหาสื่อเสริมในอนาคต จุดนี้สามารถขยายได้โดยไม่ทำลายเส้นเวลา

ผู้ที่ต้องการติดตามบทวิเคราะห์ Lore, Assassin Brotherhood และเส้นเวลาของแต่ละภาค สามารถอ่านเนื้อหาเพิ่มเติมผ่านเล่นคาสิโนออนไลน์กับ ยูฟ่าเบท เว็บตรง มั่นคง ปลอดภัย ระบบทันสมัยที่สุด สมัครง่าย ไม่ผ่านเอเย่นต์ พร้อมโปรโมชั่นเด็ดทุกวันเพื่อทำความเข้าใจจักรวาลของเกมได้ละเอียดขึ้น

Shadows เชื่อมอดีตกับยุคปัจจุบันอย่างไร

โครงสร้างสำคัญของ Assassin’s Creed คืออดีตไม่ได้ถูกนำเสนอเพื่อความบันเทิงเท่านั้น แต่มีบุคคลในยุคปัจจุบันกำลังค้นหาบางสิ่งจาก Genetic Memories

สิ่งที่ผู้ใช้ Animus ต้องการอาจเป็น

  • ตำแหน่งวัตถุ Isu
  • ข้อมูลของ Templar
  • สถานที่ซ่อน
  • ความทรงจำของบุคคล
  • วิธีเปิดอุปกรณ์โบราณ
  • เบาะแสจาก Brotherhood
  • ข้อมูลที่หายไปจากประวัติศาสตร์

ใน Shadows การใช้ Animus Hub และ Rift ทำให้ผู้เล่นเห็นว่าความทรงจำของ Naoe กับ Yasukeยังมีคุณค่าในยุคปัจจุบัน

หากเหตุการณ์ในอดีตไม่มีความสำคัญ ผู้ใช้ Animus ย่อมไม่จำเป็นต้องเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ ความลับที่ Naoe กับ Yasukeค้นพบจึงอาจมีผลต่อการต่อสู้ในยุคปัจจุบัน แม้ตัวละครทั้งสองจะไม่รู้ก็ตาม

เหตุใดเส้นเรื่องยุคปัจจุบันจึงไม่เด่นเท่าภาคเก่า

ภาคยุค Desmond มักดึงผู้เล่นออกจาก Animus เพื่อควบคุมตัวละครยุคปัจจุบันโดยตรง

Shadows เลือกใช้รูปแบบที่เบากว่า โดยนำข้อมูลยุคปัจจุบันไปไว้ใน

  • Animus Hub
  • Rift
  • Project
  • เอกสาร
  • Reward Description
  • Cross-game Content
  • ปริศนา
  • Glyph

ข้อดีคือไม่ขัดจังหวะเรื่องของ Naoe กับ Yasukeมากเกินไป ผู้เล่นทั่วไปสามารถจดจ่อกับญี่ปุ่นยุคเซ็งโงกุได้

ข้อเสียคือผู้ที่ไม่อ่านเอกสารหรือเข้า Animus Hub อาจรู้สึกว่าเกมแทบไม่มี Modern Day Story

การเล่าเรื่องรูปแบบนี้จึงเหมาะกับแฟน Lore ที่ชอบค้นหา แต่มีโอกาสทำให้ผู้เล่นทั่วไปพลาดข้อมูลสำคัญ

ความลับในคำอธิบาย Gear มีผลต่อ Lore

Gear, ของตกแต่งและรางวัลบางชิ้นไม่ได้มีเพียงค่าสถานะ แต่มีคำอธิบายที่อ้างอิง

  • ตัวละครภาคก่อน
  • เหตุการณ์ในอดีต
  • สถานที่
  • กลุ่ม Assassin
  • กลุ่ม Templar
  • วัตถุ Isu
  • เรือ
  • เส้นทางเดินทาง
  • บุคคลยุคปัจจุบัน

Ubisoft แนะนำให้ผู้เล่นตรวจคำอธิบายของรางวัลจาก Domains เมื่อวางใน Hideout เพราะข้อมูลเชื่อมโยงกับจักรวาลบางส่วนถูกซ่อนอยู่ในข้อความเหล่านี้

วิธีเล่าแบบนี้คล้าย Codex และ Database ในภาคก่อน ซึ่งให้ผู้เล่นเลือกว่าจะลงลึกกับ Lore มากเพียงใด

Domains เชื่อมกับ Simulation อย่างไร

Domains เป็นพื้นที่ท้าทายที่อยู่นอก Simulation ญี่ปุ่นปกติ และสามารถนำเสนอฉาก กฎหรือธีมที่ไม่ต้องถูกจำกัดด้วยความสมจริงทางประวัติศาสตร์

ความเชื่อมโยงกับจักรวาลเกิดผ่านแนวคิดว่า Animus สามารถ

  • สร้างพื้นที่จำลอง
  • ปรับกฎ
  • ใช้ข้อมูลจากความทรงจำหลายชุด
  • สร้างความผิดปกติ
  • เชื่อมธีมจากเกมต่างยุค
  • มอบรางวัลที่เกี่ยวกับข้อมูลข้ามเกม

ด้วยเหตุนี้ Domains จึงสามารถมีธีมเกี่ยวกับโจรสลัด โลกแฟนตาซีหรือ Simulation ที่เสียหาย โดยไม่จำเป็นต้องบอกว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นจริงในญี่ปุ่นศตวรรษที่ 16

Shadows เปลี่ยนความเข้าใจต่อ Animus อย่างไร

ในภาคแรก Animus ถูกนำเสนอเป็นเครื่องอ่านความทรงจำบรรพบุรุษ

เมื่อซีรีส์พัฒนา เทคโนโลยีนี้สามารถ

  • อ่าน DNA จากบุคคลอื่น
  • สร้าง Simulation
  • แก้ไขข้อผิดพลาด
  • เชื่อมฐานข้อมูล
  • เปิดประสบการณ์ให้บุคคลทั่วไป
  • ใช้ความทรงจำเป็นสื่อ
  • เชื่อมข้อมูลหลายยุค

Animus Hub ใน Shadows ผลักแนวคิดไปอีกขั้นด้วยการนำเกมหลายภาคมาอยู่ภายในโครงสร้างเดียวกัน

ผู้เล่นไม่ได้เพียงเปิดเกม แต่กำลังเลือกชุดความทรงจำจากคลังข้อมูลที่มีทั้ง Project, Reward และความผิดปกติรอให้ตรวจสอบ

Shadows มีความสำคัญต่ออนาคตของแฟรนไชส์อย่างไร

Shadows มีบทบาทมากกว่าการนำซีรีส์ไปญี่ปุ่น เพราะเป็นหนึ่งในเกมหลักที่ใช้ Animus Hub เป็นโครงสร้างเชื่อมเนื้อหา

ความสำคัญของเกมประกอบด้วย

  • ขยาย Brotherhood ไปยังญี่ปุ่น
  • สร้างตัวละครหลักสองรูปแบบ
  • เชื่อม Kassandra กับเอเชียตะวันออก
  • สานต่อข้อมูลเกี่ยวกับ Basim
  • นำ Templar ระดับ Black Cross เข้ามา
  • เชื่อมกับ Black Flag Resynced
  • ใช้ Cross-title Projects
  • ทดลอง Modern Day Rift
  • เชื่อมเกมผ่าน Domains และ Animus
  • ปิดเรื่องของ Naoe กับ Yasukeพร้อมเปิดทางสู่เกมอื่น

Ubisoft ระบุว่า Title Update 1.1.11 เป็น Final Major Update และทำหน้าที่สรุปเรื่องของ Naoe กับ Yasuke พร้อมเพิ่มเนื้อหาที่เชื่อมกับเกมอื่นในจักรวาล

ต้องเล่นภาคก่อนหรือไม่จึงจะเข้าใจ Shadows

ไม่จำเป็น ผู้เล่นใหม่สามารถเข้าใจเรื่องหลักได้จาก

  • บ้านเกิดของ Naoe
  • เส้นทางของ Yasuke
  • การตามล่าศัตรู
  • ความขัดแย้งทางการเมือง
  • การสร้างพันธมิตร
  • การปกป้องญี่ปุ่น

แต่การเล่นภาคก่อนจะช่วยให้เข้าใจรายละเอียดเพิ่มเติม เช่น

  • ความหมายของ Hidden Blade
  • ที่มาของ Brotherhood
  • ความแตกต่างระหว่าง Assassin กับ Templar
  • ความสำคัญของ Isu
  • เหตุผลที่ Kassandraมีชีวิตยืนยาว
  • ตัวตนของ Basim
  • บทบาทของ Edward Kenway
  • จุดประสงค์ของ Animus
  • ความสำคัญของ Modern Day Rift

ดังนั้น Shadows สามารถเล่นเป็นเกมแรกได้ แต่แฟนเก่าจะเห็นความหมายซ้อนมากกว่า

ภาคใดควรเล่นก่อน Shadows

หากต้องการเข้าใจ Lore โดยไม่เล่นทุกภาค สามารถเลือกดังนี้

Origins

เพื่อเข้าใจการก่อตั้ง Hidden Ones

Mirage

เพื่อเข้าใจวิธีทำงานของ Hidden Ones และอดีตของ Basim

Odyssey

เพื่อเข้าใจ Kassandra, Staff of Hermes และวัตถุ Isu

Valhalla

เพื่อเข้าใจสถานะของ Basim และเส้นเรื่อง Isu ในยุคปัจจุบัน

Black Flag

เพื่อรู้จัก Edward Kenway และความสำคัญของเส้นเรื่องที่ Shadows เชื่อมไปหา

ไม่จำเป็นต้องเล่นตามลำดับทั้งหมด แต่ Odyssey, Valhalla และ Mirage มีประโยชน์มากสำหรับการเข้าใจการอ้างอิงยุคใหม่

ควรทำภารกิจใดเพื่อเห็นความเชื่อมโยงครบขึ้น

ผู้เล่นที่สนใจจักรวาลควรทำ

  • เนื้อเรื่องหลักของ Naoe
  • เนื้อเรื่องหลักของ Yasuke
  • Objective Board ทุกกลุ่มสำคัญ
  • A Critical Encounter
  • A Puzzlement
  • ภารกิจประตู Glyph
  • Modern Day Rift
  • Claws of Awaji
  • The Works of Luis Fróis
  • Black Tides
  • Domains
  • Cross-title Projects
  • เอกสาร Animus
  • คำอธิบายรางวัลใน Hideout

Black Tides ต้องทำหลังจบ Main Story, A Critical Encounter และ A Puzzlement จึงถือเป็นบทสรุปสำหรับผู้เล่นที่ต้องการเห็นจุดเชื่อมกับ Templar ระดับนานาชาติ

ตารางเปรียบเทียบการเชื่อมกับแต่ละภาค

ภาคสิ่งที่เชื่อมกับ Shadows
OdysseyKassandra, Isu และวัตถุอายุยืน
Originsรากฐาน Hidden Ones และการต่อสู้เพื่อผู้ถูกกดขี่
MirageBasim, Hidden Ones, Investigation และ Stealth
ValhallaBasim ในยุคปัจจุบันและ Meta-narrative
Assassin’s Creed IIการขยาย Brotherhood ในศตวรรษใกล้เคียง
Chronicles: Chinaเครือข่าย Assassin ในเอเชียและ Shao Jun
Black FlagEdward Kenway, Horizon และ Cross-title Projects
Brotherhoodการสร้างฐานและรับสมัครพันธมิตร
Odyssey/Valhalla Order SystemObjective Board และการตามล่าเครือข่าย
ภาคยุค DesmondAnimus, Genetic Memory และสงครามยุคปัจจุบัน

ทฤษฎีเกี่ยวกับ Brotherhood ญี่ปุ่นหลังจบเกม

หลังเหตุการณ์ของ Shadows มีความเป็นไปได้ว่าเครือข่ายของ Naoe กับ Yasukeจะพัฒนาเป็น Brotherhood ญี่ปุ่นที่มีโครงสร้างชัดเจนขึ้น

หลักฐานเชิงแนวคิด ได้แก่

  • มี Hideout
  • มี Dojo
  • มี Scouts
  • มี Allies
  • มีเครือข่ายข้อมูล
  • มีศัตรู Templar ระดับนานาชาติ
  • มีความรู้เกี่ยวกับ Hidden Blade
  • มีภารกิจปกป้องประชาชน
  • มีฐานปฏิบัติการหลายภูมิภาค

Naoe อาจทำหน้าที่เป็นผู้ถ่ายทอดทักษะ Assassin ขณะที่ Yasukeช่วยสร้างพันธมิตรและปกป้องเครือข่ายจากการโจมตีแบบเปิดเผย

อย่างไรก็ตาม หากไม่มีเนื้อหาทางการเพิ่มเติม รายละเอียดเกี่ยวกับโครงสร้าง Brotherhood หลังยุคของทั้งสองยังควรถูกมองเป็นการวิเคราะห์ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว

ทฤษฎีเกี่ยวกับ Kassandra และญี่ปุ่น

การที่ Kassandraมีความเชื่อมโยงกับญี่ปุ่นสร้างคำถามว่าเธอมาตามหาอะไร

ความเป็นไปได้ ได้แก่

  • Piece of Eden
  • ประตู Isu
  • สถานที่เก็บข้อมูล
  • บุคคลที่มีสายเลือด Isu สูง
  • กลุ่มที่กำลังทดลองวัตถุโบราณ
  • เส้นทางเดินเรือที่เกี่ยวกับ Artifact
  • ภัยคุกคามที่ขยายจากเอเชียไปยังภูมิภาคอื่น

เนื่องจาก Ubisoft ยืนยันเฉพาะการเชื่อมโยงบางส่วน ผู้เล่นควรแยกทฤษฎีเหล่านี้ออกจากข้อมูลที่ปรากฏโดยตรงในภารกิจ

ทฤษฎีเกี่ยวกับ Black Cross

Black Cross อาจเป็นมากกว่าตำแหน่งนักล่า Templar ทั่วไป

ชื่อดังกล่าวอาจสื่อถึงกลุ่มที่รับหน้าที่

  • กำจัด Assassin ระดับสูง
  • ปิดบังความผิดพลาดของ Templar
  • ยึดคืนวัตถุ Isu
  • ป้องกันเครือข่ายข้ามประเทศ
  • ลงโทษผู้ทรยศ
  • จัดการพื้นที่ที่ Order ท้องถิ่นล้มเหลว

การที่ Black Cross ถูกส่งมายังญี่ปุ่นหลัง Naoe กับ Yasukeสร้างความเสียหายต่อเครือข่าย แสดงว่าทั้งสองอาจถูกจัดเป็นภัยคุกคามระดับสูงแล้ว

เส้นเรื่องจบสมบูรณ์หรือยัง

Ubisoft ระบุว่า Final Update เป็นการอัปเดตใหญ่ครั้งสุดท้ายของ Shadows และทำหน้าที่สรุปเรื่องของ Naoe กับ Yasuke

ดังนั้น เส้นเรื่องหลักของทั้งคู่ถือว่าได้รับบทสรุปแล้วในระดับหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม จักรวาลยังสามารถนำตัวละครหรือมรดกของพวกเขากลับมาได้ผ่าน

  • Codex
  • เอกสาร
  • Animus
  • ลูกหลาน
  • Brotherhood รุ่นหลัง
  • หนังสือหรือการ์ตูน
  • Cross-title Project
  • การอ้างอิงในเกมภาคใหม่

การจบเรื่องของตัวละครไม่ได้หมายความว่าผลจากการกระทำของพวกเขาจะหายไปจากจักรวาล

ข้อดีของการเชื่อมจักรวาลใน Shadows

จุดแข็งสำคัญ ได้แก่

  • ผู้เล่นใหม่เข้าใจเรื่องหลักได้
  • แฟนเก่ามี Lore ให้ค้นหา
  • ญี่ปุ่นมีเรื่องราวของตนเอง
  • Isu ไม่กลบเนื้อเรื่องประวัติศาสตร์ทั้งหมด
  • Kassandra เชื่อมยุคโบราณกับญี่ปุ่น
  • Basim ช่วยรักษาเส้นเรื่องยุคปัจจุบัน
  • Black Cross ยกระดับภัยคุกคาม Templar
  • Animus Hub เชื่อมหลายเกม
  • Black Flag มีสะพานเชื่อมอย่างไม่ทำลายเส้นเวลา
  • Hideout และ Allies สะท้อนการสร้าง Brotherhood

ข้อสังเกตของวิธีเล่าเรื่อง

แม้มีความเชื่อมโยงจำนวนมาก แต่บางส่วนถูกซ่อนไว้ลึกใน

  • ภารกิจหลังเกม
  • เอกสาร
  • Rift
  • Animus Hub
  • คำอธิบาย Gear
  • Domains
  • Update Content

ผู้เล่นที่จบเฉพาะ Main Story อาจไม่เห็นความสำคัญของ Kassandra, Basim หรือ Edward อย่างครบถ้วน

ข้อดีคือเรื่องหลักไม่ถูกขัดจังหวะด้วยข้อมูลจักรวาลมากเกินไป แต่ข้อเสียคือเนื้อหาสำคัญอาจรู้สึกเหมือนถูกแยกออกจากเกมหลัก

บทสรุป

การเชื่อมโยงเนื้อเรื่อง Assassin’s Creed Shadows กับจักรวาล Assassin’s Creed เกิดขึ้นผ่านทั้งตัวละคร องค์กร อุดมการณ์ เทคโนโลยี และเหตุการณ์ข้ามช่วงเวลา

Naoe เป็นจุดเชื่อมที่ชัดเจนที่สุดกับ Assassin Brotherhood เพราะเธอเป็นชิโนบิ Assassin ใช้ Hidden Blade และดำเนินภารกิจผ่าน Stealth, Parkour และการรวบรวมข้อมูล

เส้นทางของเธอคล้าย Assassin หลายคนในอดีต โดยเริ่มจากความสูญเสียและการแก้แค้น ก่อนพบว่าศัตรูเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างอำนาจที่ใหญ่กว่าความขัดแย้งส่วนตัว

Yasuke แสดงให้เห็นว่า Brotherhood ไม่ได้มีเพียงนักลอบสังหาร เขาทำหน้าที่เป็นนักรบ ผู้ปกป้องและพันธมิตรที่ใช้พลังเปิดเผยต่อต้านอำนาจกดขี่

เมื่อทำงานร่วมกัน Naoe กับ Yasukeเป็นตัวแทนของสองด้านในสงครามเดียวกัน คนหนึ่งโจมตีจากเงามืด อีกคนเผชิญศัตรูโดยตรง

Hideout, Scouts และ Allies แสดงการเติบโตของกลุ่มจากบุคคลสองคนไปสู่เครือข่ายที่มีฐาน ข่าวกรอง ทรัพยากรและกำลังสนับสนุน ซึ่งสามารถมองเป็นจุดเริ่มต้นของ Brotherhood ในญี่ปุ่นได้

ศัตรูในเกมมีแนวคิดเชื่อมกับ Templar ผ่านความต้องการควบคุมผู้นำ ทรัพยากร ข้อมูลและอนาคตของญี่ปุ่น แม้สมาชิกทุกคนจะไม่ได้เปิดเผยตรา Templar ตั้งแต่แรก

Black Cross ยืนยันการเชื่อมโยงระดับนานาชาติอย่างชัดเจน เพราะเป็น Templar ชั้นสูงที่ถูกส่งมายังญี่ปุ่นเพื่อตามล่า Naoe กับ Yasuke หลังจากทั้งสองทำลายเครือข่ายศัตรูจำนวนมาก

การปรากฏของ Black Cross ทำให้ความขัดแย้งในญี่ปุ่นไม่ใช่เรื่องท้องถิ่นอีกต่อไป แต่เป็นส่วนหนึ่งของสงคราม Assassin–Templar ที่เกิดทั่วโลก

วัตถุ Isu, ประตู Glyph และภารกิจ A Puzzlement เชื่อมโลกประวัติศาสตร์กับอารยธรรมโบราณที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์สำคัญของซีรีส์

Kassandra ทำหน้าที่เป็นสะพานจาก Odyssey มายัง Shadows เนื่องจาก Staff of Hermes ทำให้เธอสามารถมีชีวิตอยู่จนถึงยุคญี่ปุ่นเซ็งโงกุและเดินทางตามหาวัตถุ Isu ในภูมิภาคต่าง ๆ

Basim เชื่อม Shadows กับ Mirage และ Valhalla ผ่านเส้นเรื่อง Hidden Ones, Isu และยุคปัจจุบัน แม้เขาจะไม่ได้ปรากฏตัวในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นโดยตรง

Animus Hub ทำหน้าที่มากกว่าเมนูเกม เพราะถูกนำเสนอเป็นระบบสำหรับเข้าถึงความทรงจำ รับ Project สำรวจ Lore และเชื่อมฐานข้อมูลจากหลายช่วงเวลา

Modern Day Rift ช่วยเปิดเผยรอยต่อระหว่าง Simulation กับโลกยุคปัจจุบัน โดย Rift ชื่อ Horizon เป็นส่วนสำคัญที่เชื่อม Shadows ไปยัง Black Flag Resynced

Edward Kenway ไม่ได้พบ Naoe กับ Yasukeโดยตรง แต่เรื่องของเขาเชื่อมกับ Shadows ผ่าน Animus, Cross-title Projects, Legacy Rewards และ Meta-narrative ข้ามเกม

Claws of Awaji ขยายผลจากเนื้อเรื่องหลักและช่วยปิดประเด็นเกี่ยวกับ Naoe, Yasuke, ชิโนบิและกลุ่มศัตรูนอกแผ่นดินใหญ่

Black Tides ทำหน้าที่เป็นบทสรุปสำคัญของตัวละครทั้งสอง ผู้เล่นต้องจบเรื่องหลักและภารกิจที่เกี่ยวข้องกับปริศนา Animus ก่อน จึงจะเห็นภาพการเชื่อมโยงกับ Templar ระดับสูงครบถ้วน

ในด้านอุดมการณ์ Shadows ยังคงรักษาแก่นของซีรีส์ไว้อย่างชัดเจน คือความขัดแย้งระหว่างเสรีภาพกับการควบคุม

เกมไม่ได้บอกว่าระเบียบเป็นสิ่งเลวร้ายเสมอไป แต่ตั้งคำถามว่าการสร้างสันติภาพด้วยความกลัว การบังคับและการควบคุมข้อมูลจะทำลายความเป็นมนุษย์หรือไม่

Naoe ต้องเรียนรู้ว่าการแก้แค้นไม่สามารถสร้างอนาคตที่ดีได้ด้วยตัวเอง ส่วน Yasukeต้องตัดสินใจว่าจะใช้กำลังเพื่อรับใช้ผู้มีอำนาจหรือเพื่อปกป้องผู้ที่ไม่มีอำนาจ

เส้นทางของทั้งสองจึงเชื่อมกับ Assassin’s Creed ไม่ใช่เพียงเพราะมี Hidden Blade หรือ Templar แต่เพราะพวกเขาต้องค้นหาความหมายของเสรีภาพ ความรับผิดชอบและผลจากการเลือกของตน

กล่าวโดยสรุป Assassin’s Creed Shadows เป็นทั้งเรื่องราวการถือกำเนิดของเครือข่าย Assassin ในญี่ปุ่น บทต่อของสงคราม Assassin–Templar และสะพานที่เชื่อมอดีตหลายยุคเข้ากับ Animus Hub ในปัจจุบัน

ผู้เล่นทั่วไปสามารถสนุกกับเรื่องของ Naoe กับ Yasukeได้โดยไม่เคยเล่นภาคก่อน แต่ผู้ที่รู้จัก Odyssey, Origins, Mirage, Valhalla และ Black Flag จะมองเห็นรายละเอียดซ้อนเกี่ยวกับ Kassandra, Basim, Edward, Isu และ Templar ได้มากกว่า

ท้ายที่สุด ความสำคัญของ Shadows ต่อจักรวาลไม่ได้อยู่แค่การพา Assassin ไปญี่ปุ่น แต่คือการแสดงว่าสงครามเพื่อเสรีภาพเกิดขึ้นได้ในทุกวัฒนธรรม ทุกยุค และผ่านผู้คนที่มีวิธีต่อสู้แตกต่างกัน

ผู้ที่ต้องการติดตามบทความ Assassin’s Creed Shadows การวิเคราะห์ Lore และเส้นเวลาของจักรวาล Assassin’s Creed เพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมสนใจเริ่มต้นเดิมพันออนไลน์กับเว็บตรง สมัคร UFABET วันนี้ รับสิทธิพิเศษมากมาย ทั้งโบนัสแรกเข้าและระบบฝากถอนออโต้ รวดเร็ว ปลอดภัย 100%เพื่ออ่านบทความเกมและเนื้อหาใหม่ ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง